การดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุให้แจ่มใสอยู่เสมอ

463
สุขภาพจิตผู้สูงอายุ

การดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุให้แจ่มใสอยู่เสมอ

           ในสังคมปัจจุบัน ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับจิตใจที่ห่อเหี่ยว เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลกระทบทางตรงต่อสุขภาพจิตผู้สูงอายุเอง เราจึงควรหันมาใส่ใจในเรื่องของการดูแลเพื่อให้ผู้สูงอายุมีอารมณ์ร่าเริง แจ่มใสอยู่เสมอ จึงจะสามารถช่วยทำให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งในวันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ ให้คุณมีวิธีดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุได้ดียิ่งขึ้น

  • เมื่อพบอาการซึมเศร้าในผู้สูงอายุ เราต้องอยู่กับท่าน เป็นเสมือนเพื่อนคุยอย่างเป็นกันเอง เป็นเหมือนคู่คิดที่จะคอยรับฟังและให้คำแนะนำในบางเรื่อง อย่างน้อยก็เพื่อให้ท่านสบายใจ และหายจากอาการซึมเศร้าได้บ้าง
  • การทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกัน เราควรหากิจกรรมนอกบ้านที่สามารถ ซึ่งช่วยให้ผู้สูงอายุได้เจอบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำซากจำเจ
  • ช่วยทำในสิ่งที่ผู้สูงอายุร้องขอ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม เช่น ช่วยออกไปส่งจดหมายให้ อ่านหนังสือให้ฟัง หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เราสามารถทำได้ เป็นต้น ก็จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขเล็กๆน้อยๆได้
  • อย่านำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจของเรา ไปเล่าให้ผู้สูงอายุฟัง เพราะว่าผู้สูงอายุมักจะวิตกกังวลง่ายอยู่แล้ว และอาจมีเรื่องเศร้าในชีวิตของพวกท่านมากพอแล้ว ดังนั้นควรเล่าเรื่องดีๆ เรื่องที่ทำให้สบายใจ และน่าสนใจให้ฟังแทน
  • คงจะดีไม่น้อยหากเราได้ดูแล “สุขภาพจิตผู้สูงอายุ” ให้มีสุขภาพจิตที่ดี เพราะเมื่อมีจิตใจที่สมบูรณ์ก็จะทำให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น และสิ่งเหล่านี้คือข้อแนะนำที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ สังเกต และปฏิบัติตัว เพื่อช่วยผู้สูงอายุให้มีเพื่อนคุย การอยู่ใกล้ๆ และคอยรับฟังพวกท่านบ้าง จะช่วยให้ท่านคลายกังวลลงได้บ้างค่ะ

วิธีดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ซึ่งมีวิธีแนะนำดังต่อไปนี้

        วิธีดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุสำหรับการดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุให้สามารถปรับตัวปรับใจให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆได้นั้น ย่อมทำให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตในปั้นปลายของตนเองได้อย่างมีความสุข ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้มากขึ้น เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขกายสบายใจ

1. การรักษาสุขภาพ ผู้สูงอายุควรระมัดระวังการเจ็บป่วยและการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นง่ายในผู้สูงอายุ การออกกำลังกายเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุช่วยให้ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อทำงานดีขึ้น และยังเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ ลดความเครียดด้วย

2.การรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น ปลา ผัก ผลไม้ที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายไม่น้อยหรือมากจนเกินไป ควรหลีกเลี่ยงอาการที่มีไขมันมาก หรือรสหวานมากเกินไป

3.การพักผ่อนนอนหลับให้นอนหลับอย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง คอยกระตุ้นตนเองให้ทำกิจวัตรประจำวันอย่างสม่ำเสมอ ทำงานอดิเรกที่ตนเองชอบ เช่น ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ เล่นดนตรี เมื่อทำให้เกิดความเพลิดเพลินใจ

4.ส่งเสริมสัมพันธภาพในครอบครัว เรื่องความรัก ความอบอุ่น เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสม รวมทั้งการดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล และการป้องกันอุบัติเหตุ

5.เสนอคำแนะนำถ้าคิดว่าจำเป็นให้ผู้สูงอายุได้รับทราบถ้าปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์จะเกิดผลดี ในทางตรงข้าม ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะเกิดผลเสียทำให้โรคหายช้า หรือกำเริบได้

6.ดูแลให้ผู้สูงอายุปฏิบัติตามแผนการรักษาของแพทย์ เช่น การรับประทานอาหาร การทำกายภาพบำบัด การพักผ่อนนอนหลับ การรับประทานยา รวมทั้งการนำผู้สูงอายุไปตรวจตามแพทย์นัด

7.ให้ผู้สูงอายุได้พักผ่อนคลายความวิตกกังวล ที่อาจจะมาจากสาเหตุการเจ็บป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยการให้พูดถึงความไม่สบายใจ หาสาเหตุว่ามาจากอะไร ให้เข้าใจและร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กำลังใจผู้สูงอายุแนะนำให้ผ่อนคลาย ทำสมาธิ พาไปเที่ยวหรือพักผ่อนเป็นครั้งคราว

        ดังนั้นเมื่อผู้สูงอายุเจ็บป่วยหรือไม่สบายทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ลูกหลานหรือผู้ดูแลจะต้องให้การช่วยเหลือดูแลสุขภาพจิตผู้สูงอายุ โดยคำนึงถึงให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทำกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วย ไม่บังคับหรือเข้มงวดจนเกินไป อดทนและเอาใจใส่ดูแลอย่างสม่ำเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.momadad.com