นอนอย่างมีสุขภาพดีกับหมอนเพื่อสุขภาพ เพื่อค่ำคืนอันแสนสุข

546
หมอนเพื่อสุขภาพ

    นอนอย่างมีสุขภาพดีกับหมอนเพื่อสุขภาพ เพื่อค่ำคืนอันแสนสุข

       คุณทราบหรือไม่ว่านอกจากที่นอนแล้วหมอนก็เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพดีและหลับสบายตลอดคืนได้ ดังนั้นหากอยากมีสุขภาพร่างกายที่ดีเราจำเป็นจะต้องเลือกหมอนเพื่อสุขภาพด้วย  เพราะคนเรานั้นใช้เวลาในการนอนถึง1 ใน 3 ของการใช้ชีวิตทั้งหมดการนอนที่มีคุณภาพจึงสำคัญและมีอิทธิพลต่อสุขภาพและร่างกายของเราเป็นอย่างมาก จากบทความเกี่ยวกับการนอนในหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal  ของพญ. Ana C. Krieger ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของสถาบันแห่งการนอน  หรือ Center for Sleep ที่ New York-Presbyterian/Weill Cornell Medical Center  ประเทศสหรัฐอเมริกา  ได้กล่าวถึงความสำคัญของหมอนกับสุขภาพร่างกายว่า  หมอนที่ดีนั้นต้องสามารถที่จะรองรับช่องว่างที่อยู่ระหว่างศีรษะกับที่นอนได้   เพราะหมอนจัดเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมาก   เนื่องจากหมอนที่ดีมีลักษณะที่ถูกต้องจะช่วยจัดให้สะโพก รวมถึงหลังและคอของเราเข้าที่เข้าทางและช่วยทำให้กระดูกสันหลังสามารถรักษาระดับความตรงให้ได้มากที่สุดได้  ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ทำให้หมอนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสุขภาพกายของเราเป็นอย่างยิ่ง

     ความสำคัญของหมอนเพื่อสุขภาพ

       หมอนเพื่อสุขภาพนั้นมีความสำคัญกับสรีระของเราขณะนอนเป็นอย่างมาก  เพราะหมอนที่ดีต้องมีส่วนช่วยในการจัดรูปกระดูก ตั้งแต่คอเรื่อยลงไปจนถึงกระดูกสันหลังให้เป็นแนวตรงให้มากที่สุด  เพื่อรักษาแนวกระดูกแกนกลางของเราให้อยู่  ในสภาพปกติ  และหากเราหนุนหมอนที่ไม่ได้สัดส่วนเหมาะสมตามแนวของกระดูกแล้ว  จะส่งผลให้เกิดอาการ  บาด  เจ็บของร่างกาย  เช่น  สะโพกเคลื่อน  กระดูกคอเคลื่อน  กระดูกสันหลังเคลื่อน  เป็นต้น ดังนั้นจึงมีความ  จำเป็น  ต้องเลือกหมอนให้ดีซึ่งต้องเป็นหมอนที่ช่วยให้ร่างกายได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพด้วย

ในยุคปัจจุบันนี้มีหมอนมากมายหลายแบบให้เลือกสรร  โดยแบ่งออกเป็น 2  ชนิดคือ

      1.หมอนที่ทำจากวัสดุ  ธรรมชาติ  ได้แก่  นุ่น  เมล็ดพืช  ขนเป็ด  ขนห่าน  ขนนกกระจอกเทศ ซึ่งหมอนที่ทำจากวัสดุธรรมชาตินั้นจะให้สัมผัสที่สบายโดยเฉพาะที่ทำจากขนสัตว์ปีกต่างๆจะมีความนุ่มนิ่มและจัดรูปทรงตามใจได้ง่าย  แต่ที่สำคัญคือหมอนที่ทำจากวัสดุประเภทขนสัตว์นี้จะไม่ค่อยเป็นที่สะสมของไรฝุ่นเท่ากับหมอนประเภทอื่นๆ  ในขณะที่หมอนที่ทำจากนุ่นนั้นเมื่อใช้ไปนานๆเนื้อจะแน่นมากขึ้น  เนื่องจากจะมีการยุบตัวของวัสดุและจะเสียรูปไปจากตอนแรก  รวมทั้งสะสมไรฝุ่นด้วยจึงไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้  ส่วนหมอนที่ทำจากเมล็ดพืชนั้นจะให้ความเย็นสบายขณะที่นอนแต่จะไม่สามารถคงรูปได้  จำเป็นต้องบรรจุในปลอกหมอนที่มีการจัดทรงแบบเฉพาะและต้องมีเชือกเสริมด้านข้างเพื่อรัดตัวหมอนให้แน่นขึ้นเมื่อมีการยุบตัวจากอายุการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น

      2.หมอนที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์  ได้แก่  หมอนที่ทำจากใยสังเคราะห์  หมอนที่ทำเลียนแบบขนสัตว์ปีก  หมอนที่ทำจากโฟม  หมอนที่ทำจาก  ยางพารา  เป็นต้น  ซึ่งหมอนเหล่านี้จะไม่เกิดการยุบตัวกับวัสดุสังเคราะห์สักเท่าไหร่  เนื่องจากใยสังเคราะห์ทั้งหลาย   และโฟมที่นำมาทำเป็นหมอนจะค่อนข้างมีความคงตัวสูง  โดยเฉพาะหมอนที่ทำ จากโฟมและยางพาราที่จะได้รับการขึ้นรูปออกมาเป็นชิ้นๆ  เมื่อใช้ในการหนุนนอนจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการยวบยุบ  ไปกับน้ำหนัก  แต่กลับคงรูปและรองรับศีรษะและช่องว่างระหว่างคอกับที่นอนได้เป็นอย่างดี  ไม่จำเป็นต้องจัดรูป  และขยับหมอนไปมาเพื่อใช้อุดช่องโหว่นี้เหมือนกับหมอนจากวัสดุธรรมชาติ  หรือหมอนใยสังเคราะห์

           เราจะเห็นได้ว่าการนอนนั้นเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต  เราจึงไม่สามารถมองข้ามการนอนที่มีคุณภาพไปได้  เหมือนกับที่เราไม่สามารถมองข้ามอุปกรณ์สำคัญในการนอนอย่างหมอน  โดยเฉพาะหมอนเพื่อสุขภาพลงไปได้  จากข้างต้นพอสรุปได้ว่า  หมอนนั้นช่วยจัดระเบียบร่างกายขณะนอน  ดังนั้นการเลือกหมอนให้ดีจึงเป็นการช่วยรักษาร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ด้วย  ในทางตรงกันข้ามถ้าหากเราเลือกหมอนที่ใช้ในการนอนได้ไม่ดีไม่เหมาะสม  ก็จะเกิดโทษแก่ร่างกาย เพราะหมอนที่ไม่ดีไม่ได้มาตรฐานนั้นจะทำให้มีการเคลื่อนตัวไปของกระดูกตั้งแต่คอ  สันหลัง  ไปจนถึงกระดูกสะโพก ทำให้เกิดอาการปวดและบาดเจ็บ  ซึ่งหมายรวมถึงเราจะไม่สามารถนอนหลับได้  หรือทำให้หลับได้ไม่สนิท  อีกทั้งยังก่อให้เกิดผลเสียแก่โครงสร้างหลักของร่างกายในลำดับถัดมาอีกด้วย

      ดังนั้นคราวหน้าถ้าหากต้องการหมอนเพื่อสุขภาพดีๆสักใบ อย่าลืมคำนึงถึงการเลือกหมอนเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริงตามข้อมูลข้างต้นด้วย

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg