ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกเสื่อม

590
หมอนรองกระดูกเสื่อม

ปัจจัยเสี่ยง โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม  

คนเรามักคิดว่าอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม มักจะเกิดกับผู้สูงอายุที่เริ่มมีความเสื่อมของกระดูกที่เสื่อมไปตามวัย จึงอาจจะมองข้ามภัย หรือ ละเลย และไม่คิดว่าอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมนั้นจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ในความเป็นจริงแล้วอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เกิดได้แม้กระทั่งวัยหนุ่มสาว วัยทำงาน ที่อาจเคลื่อนไหวร่างกายผิดจังหวะ ยกตัวอย่างเช่น การต้องนั่ง หรือ อยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง นานจนเกินไป การนั่ง หรือ ยืนหลังค่อมเป็นเวลานานๆ ติดต่อกัน จนเกิดเป็นความเคยชิน นั่งหลังค่อมหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานตลอดทั้งวัน หรือนั่งขับรถเป็นเวลานาน ก็จะทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมได้ หรือ เกิดการกระแทกอย่างแรงในจุดที่อาจจะทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนที่ แม้แต่การสูบบุหรี่มากเกินไป ก็อาจจะส่งผลให้บางคนเลือดไปไหลเวียนตรงหมอนรองกระดูกน้อยลง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลให้มีอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ ซึ่งผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเสื่อมบางรายหากเป็นยังไม่มาก มาพบแพทย์ตั้งแต่ในระยะแรกๆ ก็อาจจะทำให้การรักษาง่ายขึ้น

หมอนรองกระดูกเสื่อม

การป้องกันและรักษาหมอนรองกระดูกเสื่อมในเบื้องต้น  

1.ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ที่เราอาจเคยชิน เช่น การนั่ง ยืน หรือ เดิน เป็นเวลานานๆติดต่อกัน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นต้องรองรับน้ำหนักจนทำให้เกิดความเมื่อยล้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหมอนรองกระดูกเสื่อม เมื่อเริ่มมีอาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดสะโพก ในขณะ นั่ง ยืน  เดิน หรือ รู้สึกเริ่มเจ็บปวดในบริเวณดังกล่าว ให้เราควรปรับเปลี่ยนท่าทางของตนเองอยู่เสมอ

2.การทำงานที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เราอาจจะลุก ยืน หรือ เดินให้บ่อยกว่าเดิม เพื่อให้เกิดการยืดเส้นยืดสาย ของกล้ามเนื้อ หรือ อาจจะยืนพิมพ์งานบ้างก็จะดีกว่าต้องนั่งเป็นเวลานาน  หรือ เวลาจะนั่ง ยืน หรือ เดิน หรือ หากเป็นการนั่งทำงาน ควรนั่งหลังตรง ให้ตัวพิงพนักพิง หรือ ควรหาหมอนมาหนุนหลัง ไม่ควรนั่งแบบชะโงกหน้าไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่นั่งตัวเกร็ง และควรมีที่รองเท้า เพื่อให้เท้าได้มีที่พักได้พอดี

3.การยืน ควรยืนในท่าที่ถูกต้อง ยืนให้น้ำหนักลงบนส้นเท้า หลังตรง ไม่ยืนตัวงอ หรือ ยืนแอ่นจนพุงยื่น  หากต้องยืนเป็นเวลานาน ควรมีการพักขาให้น้ำหนักตัวของเราลงบนน้ำหนักขาข้างใดข้างหนึ่งสลับไปมา  ศีรษะก็ให้อยู่ในแนวเป็นเส้นตรง ไม่ก้มต่ำ หรือ เงยหน้ามากจนเกินไป

4.การเดินก็เป็นอีกอิริยาบถหนึ่งซึ่งเราควรกระทำให้ถูกต้อง  เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดเมื่อยที่อาจตามมา จนอาจส่งผลให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม  ทั้งนี้การเดินที่ถูกต้องให้เริ่มมาจากการยืนที่ถูกต้องก่อน เพราะหากเราอยู่ในท่ายืนที่ถูกต้องแล้ว ก็จะเริ่มก้าวเดินออกไปในท่าที่ถูกต้องได้  การเดินก็ไม่ควรที่จะหลังค่อม หรือ แอ่นหน้า หรือ แอ่นหลังจนเกินไป  คนบางคนชอบเดินก้มหน้า เหมือนหาของอยู่ หรือ เดินไปเดินมา หลังเริ่มค่อม พอยิ่งค่อมจนเกิดเป็นความเคยชิน  ก็รู้สึกว่าการเดินหรือการนั่งหลังค่อม ทำให้เรารู้สึกสบาย แท้ที่จริงแล้ว เป็นการทำให้กระดูกสันหลังของเราเสื่อมโดยไม่รู้ตัว

6. การยกของ  ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่จะทำให้เกิดหมอนรองกระดูกเสื่อมได้  หากเรามีการยกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป  หรือ การยกของหนักที่ไม่ได้จัดวางท่าให้ถูกต้องก่อนยกขึ้นมา ซึ่งการยกของหนักที่ดี เราควรจะย่อเข่าลงไป และหลังควรจะตรง ไม่ใช้วิธีก้มโค้งลงไปยกของทั้งชิ้นขึ้นมา เพราะเวลาที่เราลุกขึ้นมา จะทำให้หลังของเราต้องแบกรับน้ำหนักของของที่เรายกด้วย

สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงควรเริ่มมาจากตัวท่านเองก่อน ในการดูแลตัวเองให้ถูกต้องตั้งแต่แรกเริ่มของจังหวะ ของอิริยาบถของตัวท่านเอง ซึ่งจะช่วยป้องกันอาการหมอนรองกระดูกเสื่อมได้ในระดับหนึ่ง แต่หากเราเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเรามีอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม ทางที่ดีที่สุด เราควรไปปรึกษาแพทย์ ให้ตรวจอาการ และ รับรู้ถึงขั้นตอนการปฏิบัติตัวในเบื้องต้น เพราะการได้รับการรักษาตั้งแต่ในระยะแรก จะทำให้ง่าย และ ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ยังไม่ต้องถึงขึ้นต้องทำการผ่าตัด หรือ ทำกายภาพบำบัดในทุกวัน หรือเลือกวิธีที่ถนัดและง่าย ราคาไม่แพง ก็คือการไปนวดเพื่อรักษาอาการ หากได้หมอนวดที่ดี ก็อาจจะทำให้อาการหมอนรองกระดูกเสื่อมดีขึ้น แต่หมอนวดบางรายที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการนวดเพื่อรักษาอาการ อาจจะทำให้ผู้ป่วยยิ่งมีอาการทรุดหนัก และทำให้ท่านต้องรับภาระที่อาจจะต้องรักษายากขึ้นกว่าเดิม

เพราะฉะนั้นหากท่านคิดว่าท่านอาจเริ่มมีอาการหมอนรองกระดูกเสื่อม  ควรไปพบแพทย์เพื่อรับรู้อาการ และระยะเริ่มต้นของอาการของท่านเสียก่อน  ดีกว่ารักษาหรือซื้อยาระงับปวดมาบรรเทาด้วยตนเอง

 

 

 

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg