อาการปวดขาจากโรคหลอดเลือดอุดตัน น่ากลัวกว่าที่คิด

948
อาการปวดขาในผู้สูงอายุ

    โรคหลอดเลือดอุดตันทำให้เกิดอาการปวดขาได้อย่างไร

      คุณทราบหรือไม่ว่า  ร่างกายของเรานี้มีเส้นเลือดที่ยาวกว่าเส้นรอบโลกเสียอีก ด้วยเหตุนี้การไหลเวียนของเลือดจึงสลับซับซ้อนและสำคัญมาก แม้แต่อาการปวดขาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสาเหตุหลักมาจากการที่เส้นเลือดมีการอุดตัน  ซึ่งแท้จริงแล้วเส้นเลือดนี้มีกล้ามเนื้อที่คอยสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงยังส่วนต่างๆของร่างกาย  ดังนั้นตราบใดที่เส้นเลือดยังใช้งานได้อย่างปกติอยู่ตราบนั้นคือเรายังคงมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ดี แต่ในกรณีที่เส้นเลือดมีอาการติดขัด หรือกลายเป็นเส้นเลือดตีบตันโดยเฉพาะที่ขา จะทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงที่ขาได้จนทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า“เส้นเลือดอุดตัน”ซึ่งจะทำให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงในบริเวณนั้นได้จนเกิดอาการชา  ถ้าเป็นมากๆอาจทำให้ต้องเสียขาข้างนั้นไปก็เป็นได้

   จากที่กล่าวไปข้างต้นโรคหลอดเลือดนั้น มาจากความผิดปกติของหลอดเลือด ซึ่งสามารถกล่าวสั้นๆได้ว่าโรคหลอดเลือดนั้นเกิดจากความผิดปกติของการทำงานของหลอดเลือด โดยมีการอุดตันของเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปสู่ขา  ส่งผลให้เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงที่ขาได้  และการที่เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงขาจะทำให้ขาส่วนนั้นๆขาดเลือด โดยอาการของหลอดเลือดอุดตันนั้นจะส่งผลให้เกิดอาการชาที่ขา และจะเกิดอาการปวดขาอย่างมาก และอาจต้องตัดขาทิ้งในที่สุด

  •  อาการปวดขาจากโรคหลอดเลือดอุดตัน

   ถ้าคุณเริ่มมีอาการปวดขาจากการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน  คุณจะต้องมีอาการต่างเหล่านี้คือ  อาการปวดน่อง ปวดเท้า หลังจากเดินหรือออกกำลังกาย โดยจะมีอาการที่ดีขึ้นเมื่อได้พัก ซึ่งเรียกว่า Claudication คือเป็นการปวดเนื่องจากกล้ามเนื้อขาดเลือด แต่ปวดแล้วได้พักก็หายไปจึงทำให้หลายคนชะล่าใจไม่คิดที่จะไปพบแพทย์เนื่องจากคิดว่าเป็นเรื่องปกติจากการออกกำลังกายหรือทำงานหนัก จึงแค่แก้อาการปวดขาด้วยการถูนวดด้วยยาหม่องหรือกินยาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อ  หรือบางครั้งเมื่อไปพบแพทย์ด้วยอาการปวดขา แต่แพทย์เองไม่ได้เอะใจว่าคนไข้จะมีอาการปวดขาเนื่องจากการอุดตันของหลอดเลือด จึงไม่ได้มีการวัดชีพจรที่เท้าทำให้ไม่พบสาเหตุของโรคและไม่สามารถรักษาโรคได้อย่างตรงจุดเนื่องจาก”โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย” (Peripheral artery disease: PAD)นั้นจำเป็นที่แพทย์ต้องตรวจด้วยการวัดชีพจรที่เท้าเพื่อให้ทราบว่าเลือดสามารถเข้าไปเลี้ยงที่ขาได้ปกติหรือไม่  ซึ่งหากแพทย์ละเลยในส่วนนี้ก็อาจทำให้การวินิจฉัยโรคผิดไป ยิ่งถ้าคนไข้เป็นผู้สูงอายุก็อาจสรุปการวิเคราะห์โรคด้วยว่า อาการปวดขาที่พบนั้นมีสาเหตุมาจากล้ามเนื้อมีการหดเกร็งเนื่องจากความแก่ชราก็เป็นได้

      วิธีการป้องโรคหลอดเลือดอุดตันที่ทำให้เกิดอาการปวดขา

เนื่องจากโรคหลอดเลือดอุดตันที่ขานี้มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการยืนที่นานจนเกินไป รวมไปถึงการมีน้ำหนักตัวที่มากกว่าปกติ  และความชราก็มีผลกับเปอร์เซ็นของการเกิดโรคนี้ด้วย  ดังนั้นก่อนที่จะต้องเป็นโรค เราควรมาหาวิธีป้องกันการเกิดโรคและลดความเสี่ยงกันการเกิดโรคเสียก่อน โดยดร.แมรี แอนน์ เบาแมน* ผู้อำนวยการการแพทย์สตรีจาก Integris Health, โอกลาโฮมา ประเทศสหรัฐฯ ได้แนะนำวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน ซึ่งทำให้ขาบวม และมีอาการปวดขา ดังนี้

(1). ดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นประจำตลอดทั้งวัน โดยเริ่มดื่มหลังจากตื่นนอน 1-2แก้ว (ถ้าสังเกตว่า ถ้าไม่ปัสสาวะในช่วงกลางวันนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือน้ำปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม มักจะมาจากการที่ดื่มน้ำไม่พอ) และดื่มเรื่อยๆตลอดทั้งวัน

(2). ไม่สวมเสื้อผ้าที่คับแน่น แต่เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมเล็กน้อยจะดีกว่า โดยให้หลวมกว่าตัวเราประมาณนิ้วสอดเข้าไปได้)

(3). ไม่นั่งไขว้ขา (cross legs) หรือไขว่ห้างนานๆ  (ไม่ควรนั่งไขว้ขานานเกิน 5-10 นาที/ครั้ง) เพื่อป้องกันการกดทับหลอดเลือดดำ โดยเฉพาะด้านหลังขาท่อนบน-น่อง

(4). ขยับข้อเท้า-ข้อเข่า โดยการกระดกข้อเท้าขึ้นลง ยืดเหยียดเข่า แต่ที่ดีที่สุดคือ ลุกขึ้นยืนสลับนั่งลง อย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง และลุกเดินไปมาทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

(5). ไม่นอนนิ่งนานๆ โดยเฉพาะเมื่อป่วยหนัก กระดูกหัก หลังผ่าตัด  ควรพลิกตัว ขยับแขนขา หรือลุกนั่งเป็นระยะๆ ตามที่หมอแนะนำ

(6). การสวมถุงยางยืดคล้ายถุงน่อง (compression stockings) อาจช่วยลดความเสี่ยงได้

     ดังนั้นหากคุณมีความจำเป็นที่จะต้องทำกิจกรรมบางอย่างเป็นเวลานานๆ  อย่าลืมที่จะเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ  เพื่อให้เลือดได้มีการไหลเวียนที่สะดวก  ที่สำคัญคืออย่าลืมรับประทานอาหารและน้ำที่พอเพียงแก่ร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย  รวมไปถึงทำจิตใจให้มีความผ่องใส เพื่อให้เรามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงสมบูรณ์  ห่างไกลจากอาการปวดขาอย่างแน่นอน

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg