โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม บรรเทาอาการได้ด้วยเครื่องดึงหลัง

573
โรคหมอนกระดูกสันหลังเสื่อม

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม อาการที่สามารถป้องกันได้

อาการปวดหลัง ปวดเอว อาจเป็นที่มาของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม  ซึ่งนับได้ว่าเป็นโรคฮิตของหนุ่มสาววัยทำงานไปแล้ว จากการที่ต้องนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายมากนัก หรือผู้ที่ต้องยกของหนัก แบกของหนักอยู่เป็นประจำ ก็มักมีอาการเจ็บปวดอยู่บ่อยๆ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นบ่อยเกินไปแล้ว นั่นคือสิ่งที่พึงระวังเพราะมันเป็นสัญญาณเตือนโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมนั่นเอง

  •  หมอนรองกระดูกเป็น โครงสร้างส่วนหนึ่งของกระดูกสันหลัง มีอยู่ 2 หน้าที่คือ ช่วยรับน้ำหนักของร่างกาย และ ช่วยในเรื่องของการเคลื่อนไหว ซึ่งโครงสร้างภายในหมอนรองกระดูกสันหลัง ก็มี น้ำ คอลลาเจน โปรตีนอื่นๆ เป็น ส่วนประกอบ หมอนรองกระดูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นในมีลักษณะเหนียวนุ่ม ชั้นนอกเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงกว่าชั้นใน หมอนรองกระดูกจึงมีความยืดหยุ่นสูงมาก เมื่ออายุมากขึ้นโครงสร้างต่างๆในร่างกายทั้งหมอนรองกระดูกก็เสื่อมลง  เมื่อปริมาณน้ำและคอลลาเจนในโครงสร้างหมอนรองกระดูกลดลง   ก็อาจจะทำให้หมอนรองกระดูกค่อยๆ แข็งตัว ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นน้อยลงและความสามารถในการรับน้ำหนักก็ลดลงไปด้วย
  • “เอว” คือบริเวณที่พบหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมมากที่สุด เพราะเป็นจุดหมุนในการเคลื่อนไหว ก้ม  เงย บิดตัว  งอตัวและเป็นจุดที่รับน้ำหนักตัวมากที่สุดด้วย

กลุ่มผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนในวัยทำงานที่มีอายุอยู่ในช่วง 35 – 45 ปี อาการที่พบคือ เมื่อนั่งหรือยืนนานประมาณครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง จะมีอาการปวดหลังมากจนไม่สามารถจะอยู่ในท่าเดิมได้ เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถอาการจึงจะดีขึ้น โรคนี้จะแสดงอาการเมื่อต้องอยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่งเป็นเวลานานๆ

โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมอาจมีสาเหตุเนื่องมาจากปัจจัยดังนี้

1.การใช้งานที่มากเกินไป เกินกำลังของตัวเองเช่น ยกน้ำหนักมาก แบกของหนัก การใช้งานผิดท่าเช่น การก้มๆ เงยๆ มากเกินไป

2.การสูบบุหรี่มากๆ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญเพราะการผู้สูบบุหรี่มากๆ ทำให้ออกซิเจน ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกหรือกระดูกสันหลังไม่ดี ทำให้เสียคุณสมบัติการยืดหยุ่น

3.ความอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง เพราะหากอ้วนมากๆ และลงพุงทำให้หลังแอ่นมาก เมื่อหลัง แอ่นมากๆ หมอนรองกระดูกก็มีโอกาสเสื่อมหรือ แตกปลิ้นได้

4.กลุ่มที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย คือกลุ่มที่ นั่งโต๊ะทำงานอย่างเดียว ไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่ค่อยเปลี่ยนอิริยาบถ หรือเคยได้รับการบาดเจ็บมาก่อน เช่น อาจเคยประสบอุบัติเหตุที่ส่งผลต่อหมอนรองกระดูก พันธุกรรม หากบุคคลในครอบครัวมีประวัติหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเร็ว ก็มีโอกาสที่หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วได้เช่นกัน  ความเสื่อมตามวัย อายุมากขึ้นก็มีโอกาส เสื่อมมากขึ้น

วิธีป้องกันโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม

1.ใช้กล้ามเนื้อบริเวณหลังในชีวิตประจำวันอย่างถูกวิธี หมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ อย่านั่งอยู่กับที่นานติดต่อกันเกิน 1 ชั่วโมง ด้วยการลุก ยืน เดิน ออกกำลังกาย

2.หลีกเลี่ยงการยกของหนัก ลดการทำงานของกล้ามเนื้อหลังลงโดยการปรับท่านั่งให้หลังตรงหรือเดินตัวตรง

3.ลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักที่มากเกินไป เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนัก 4.งดการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้กระดูกพรุน และหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น

วีธีรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม

ปัจจุบันส่วนใหญ่เริ่มจาก การทานยาต้านการอักเสบ และยาลดอาการปวด ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด แต่หากอาการยังไม่หายต้องพัฒนาการรักษาในขั้นต่อไป เช่น การฉีดยาสเตียรอยด์ ตรงบริเวณช่องไขสันหลัง การจี้ด้วยคลื่นความถี่ (Radio Frequency) เพื่อจี้ตัวหมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนให้ยุบตัวลง และการผ่าตัด คือวิธีสุดท้าย

วิธีบรรเทาการปวดของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมด้วยเครื่องดึงหลัง

อาการเจ็บปวดของผู้ที่เป็นโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม  ส่วนหนึ่งนั้นมาจากการถูกกดทับโดยกระดูกสันหลัง วีธีหนึ่งที่จะสามารถบรรเทาอาการได้คือการใช้เตียงยืดหลัง เพราะเตียงยืดหลังจะช่วยทำให้หมอนรองกระดูกผ่อนคลายจากการถูกกดทับ ทำให้มีอาการปวดลดลง และเมื่อหมอนรองกระดูกผ่อนคลาย กระดูกสันหลังจะดึงสารอาหารต่างๆมาใช้ได้ง่ายขึ้น ทำให้แข็งแรงขึ้น และมีผลทำให้ หมอนรองกระดูกหนาขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น การดูแลรักษาเอาใจใส่กับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวันของตัวเองมีความสำคัญมาก เพราะการดำเนินชีวิตทำกิจวัตรประจำวันอย่างไม่เหมาะสมนั้นก็เป็น สาเหตุของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาและต้องได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วย ถ้าอยากบรรเทาอาการให้เจ็บปวดน้อยลง จึงขอแนะนำสำหรับเครื่องดึงหลัง ที่จะช่วยให้ท่านมีความผ่อนคลายจากอาการเจ็บ ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากอาการปวดหลังอีกต่อไป

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg