หมอนเพื่อสุขภาพ สามารถตอบโจทย์เรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีในการนอน

570
หมอนเพื่อสุขภาพ

หมอนเพื่อสุขภาพ สามารถตอบโจทย์เรื่องคุณภาพชีวิตในการนอน

        เคยหรือไม่ที่คุณเลือกซื้อหมอนตามห้างมาใช้ในราคาไม่กี่ร้อยบาท  แต่ไม่นานก็นอนทีไรแล้วต้องผจญกับความปวดคอ  เพราะถ้าไม่แข็งไปก็เหลวไปรูปทรงไม่ได้มาตรฐาน  ยิ่งใช้ยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตในการนอนแย่ลงเพราะทำให้คุณปวดคอจนนอนไม่หลับ  ไม่สบายเนื้อสบายตัว  อีกทั้งหากใช้ไปยาวนานอาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการนอน  และลุกลามไปถึงการเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อบริเวณคอ  ไหล่  และสะบัก  ดีไม่ดีถ้าหากคุณใช้หมอนที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นนี้ไปนานๆเข้า อาจทำให้มีปัญหาในเรื่องการเรียงตัวของกระดูกบริเวณคอก็เป็นได้  ดังนั้นคุณภาพชีวิตในการนอนและหมอนเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้เลย

  • จึงถึงเวลาแล้วที่คุณต้องเลือกหมอนเพื่อสุขภาพที่ดีและปลอดภัยให้กับชีวิตของคุณ  แต่การที่จะดูแลตัวเองโดยการใช้หมอนเพื่อสุขภาพนั้นต้องมีหลักและวิธีการเลือกที่เหมาะสมด้วย  ทั้งนี้เนื่องจากหากคุณเลือกใช้หมอนใบใหม่ที่ไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของร่างกายคุณ  อาจจะทำให้คุณเกิดอาการปวดคอ  ปวดหัว  และนอนไม่หลับมากยิ่งไปกว่าการใช้หมอนใบเดิมก็เป็นได้

  • หมอนเพื่อสุขภาพจึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ  เพราะการพักผ่อนด้วยการนอนหลับจะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ  และเสริมสร้างการเจริญเติบโต  ดังนั้นการนอนไม่หลับหรือหลับได้ไม่เต็มอิ่มล้วนส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม “หมอนเพื่อสุขภาพ “ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการนอนจะช่วยตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในการนอนของคุณให้ดีขึ้นอย่างแน่นอน  และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยทำให้คุณหลับง่ายขึ้นอีกด้วย  วิธีการเลือกหมอนเพื่อสุขภาพจึงสำคัญ  โดยคุณสามารถเลือกหมอนเพื่อสุขภาพของคุณได้โดยวิธีการดังต่อไปนี้

    วิธีการเลือกหมอนเพื่อสุขภาพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

  1. เลือกความสูงของหมอนให้เหมาะกับสรีระของร่างกายของคุณ โดยการลองเลือกหมอนเพื่อสุขภาพที่คุณชอบแล้วทดลองนอนตะแคงโดยให้ศีรษะของคุณวางบนหมอนเต็มทั้งศีรษะ  โดยให้หมอนนั้นรองรับช่องว่างตรงช่วงต้นคอและศีรษะของคุณทั้งหมด  แล้วสังเกตความรู้สึกขณะนอนว่าหมอนที่คุณหนุนนั้นสูงหรือต่ำไปหรือไม่  เพราะการเลือกความสูงของหมอนให้พอเหมาะนั้น  ศีรษะของคุณจะต้องอยู่ระดับแนวเดียวกับกึ่งกลางของลำตัวขณะที่คุณนอน
  2. เลือกหมอนที่มีความนิ่มพอเหมาะกับศีรษะของคุณไม่นิ่มหรือเตี้ยเกินไป โดยความนิ่มของหมอนเพื่อสุขภาพนี้ควรอยู่ในระดับปานกลางเพื่อไม่ให้มีการยุบตัวมากจนปิดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับและทำให้เกิดอาการเลือดตกหัว  และต้องไม่ให้แข็งมากจนกดทับกล้ามเนื้อที่คอและบ่าจนอาจได้รับบาดเจ็บได้
  3. เลือกวัสดุของหมอนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การนอน เนื่องจากหมอนเพื่อสุขภาพนั้นทำมาจากวัสดุที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็น หมอนยางพารา  หมอน memory foam  หมอนขนเป็ด  หมอนขนห่าน  หมอนนกกระจอกเทศ  หรือแม้แต่หมอนที่ทำจากเมล็ดพืช  ซึ่งหมอนหนุนเพื่อสุขภาพที่ทำจากวัสดุที่แตกต่างกันนั้น มีราคาที่แตกต่างกันค่อนข้างมากคือมีตั้งแต่ราคาปานกลางไปจนถึงราคาสูง  ซึ่งวัสดุที่ต่างกันนี้ก็จะให้สัมผัสในการนอนที่ต่างกัน  และยิ่งใช้วัสดุในการผลิตหมอนสุขภาพในเกรดที่ดีมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะให้ผลลัพธ์ที่ดีในการนอนเร็วขึ้นเท่านั้นเช่นกัน  โดยอย่าลืมว่าไม่ว่าหมอนจะแพงแค่ไหน แต่ถ้าคุณซื้อมาแล้วนอนไม่สบายหรือนอนไม่หลับหมอนนั้นก็จะไม่มีค่าเลย  จึงควรเลือกหมอนที่เมื่อคุณเอนตัวลงนอนแล้ว  นอกจากจะต้องถูกต้องตามสรีระแล้วจะต้องเลือกหมอนที่ถูกกับจริตของคุณด้วย  เช่น  บางคนชอบหมอนแข็งๆนอนแล้วสบายต้นคอ  ในขณะที่บางคนชอบหมอนที่สามารถปรับรูปร่างได้ตามรูปศีรษะ  แต่ในขณะที่บางคนชอบหมอนที่นิ่มและฟูเพราะจะได้นอนแล้วกอดไปด้วย
  4. เลือกหมอนที่เหมาะสมกับที่นอน โดยหมอนที่เหมาะสมกับที่นอนนั้นคือ  เมื่อนอนลงบนที่นอนและหนุนหมอนแล้ว  ศีรษะของคุณจะต้องไม่จมลงไปในหมอน  หมอนต้องรองรับช่องว่างตรงช่วงต้นคอและศีรษะของคุณทั้งหมด   ถ้าหากหมอนของคุณนิ่มและที่นอนที่คุณใช้ก็มีความนิ่มค่อนข้างมากจะทำให้คุณนอนด้วยความอึดอัด    เพราะหมอนจะโอบรัดกะโหลกศีรษะและใบหน้าของคุณจนหมดและนิ่มจนติดที่นอน  และทำให้ปวดหัวเพราะความดันของเลือดจะขึ้นเมื่อตื่นนอน  ถ้าที่นอนของคุณนิ่มมากควรเลือกหมอนที่คงตัวดีอยู่ในรูปทรงของมันเอง  เช่น  หมอนที่ทำจากยางพารา  เพราะจะทำให้คุณหลับสบายไม่ปวดหลังและคอ

      เพราะฉะนั้น การเลือกหมอนเป็นสิ่งที่สำคัญมากในเรื่องการนอน ควรเลือกหมอนเพื่อสุขภาพที่ดี ในขณะเดียวกันหากที่นอนของคุณค่อนข้างแข็งให้เลือกหมอนที่มีความนิ่มปานกลางและไม่แน่นจนเกินไปเพื่อที่จะได้รับกับกระดูกคอของคุณได้พอดีและทำให้หลับสบาย หมดปัญหาเรื่องอาการปวดคออย่างแน่นอน

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg