แก้ปวดเมื่อยให้ตรงจุด ด้วยกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว

762
กายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว

แก้อาการปวด ด้วยกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว 

ปัจจุบันการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว มีบทบาทอย่างมาก ซึ่งช่วยแก้อาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดต้นคอได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบันไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเกิดได้กับวัยหนุ่มวัยสาว ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย ที่เรามักได้ยินคนหนุ่มคนสาวบ่นว่ามีอาการปวดหลังปวดเอว หรือ ปวดเมื่อยกันบ่อยๆ เพราะการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ สำหรับพนักงานหนุ่มสาวตามบริษัทต่างๆ หรือแม้แต่ผู้สูงอายุกับปัญหาที่มักพบเจอกับร่างกายก็คือ อาการปวดหลัง ปวดเอว ปวดคอ หรือ อาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆของร่างกาย เป็นต้น

การทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว สามารถทำได้หลายวิธี

1.การไปนวดตามร้านนวด เพราะเป็นการบรรเทาอาการที่ปลายเหตุ เมื่อได้รับการนวด ส่วนใหญ่ก็มักจะมีอาการดีขึ้น การนวดจึงได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันร้านนวดมีมากมายให้เลือกทั่วไป ทั้งในรูปแบบร้านนวดธรรมดา หรือ แม้จะเป็นร้านนวดที่ดูดีมีราคา ซึ่งการนวดก็มีการนวดหลายรูปแบบ นวดเฉพาะจุด หรือ การนวดบรรเทาอาการ มีผู้ป่วยมากมายที่เมื่ออกจากร้านนวดแล้วก็รู้สึกตัวเบา อาการที่ปวดเมื่อย เกร็งตามส่วนต่างๆ ก็เหมือนจะหายไปด้วย แต่พอเวลาผ่านไปแคเพียงวัน หรือ สองวัน อาการปวดเมื่อยดังกล่าวก็มักจะกลับมาอีกครั้ง และมักจะปวดเมื่อยตามจุดเดิม แต่สำหรับบางท่าน การนวดก็ไม่ได้ช่วยให้อาการปวดเมื่อยต่างๆหายขาดไปได้ อาจต้องพึ่งพาหมอเฉพาะทางโดยเฉพาะ

2.การทำกายภาพบำบัด เป็นอีกทางหนึ่งที่หมอแนะนำ  ทั้งนี้การทำกายภาพในท่วงท่าต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน ว่าจะปวดเมื่อยที่ไหน หากปวดเมื่อยที่ต้นคอ ก็จะทำกายภาพบำบัดที่ต้นคอ หรือ หากปวดเมื่อยที่หลังหรือเอว  ก็จะมีการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว หรือ หากปวดเมื่อยที่ขา ก็ทำกายภาพบำบัดปวดขา ทั้งนี้การทำกายภาพบำบัดก็จะต้องอยู่ภายใต้การ แนะนำจากคุณหมอหรือผู้ช่วย  เนื่องด้วยการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว หรือ การทำกายภาพในรูปแบบต่างๆ จะต้องทำอย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้น ก็จะไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการ หรือ อาจจะทำให้การปวดเมื่อยนั้นนอกจากจะไม่ทุเลาแล้ว จะทำให้ทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม หากท่านเป็นคนหนึ่งที่มีอาการปวดเมื่อยที่หลัง หรือ ที่เอว และได้รับการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว แล้ว ท่านจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นแล้ว อาการปวดเมื่อยก็จะกลับมาอีก

3.การออกกำลังกายเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเราพึงกระทำ การออกกำลังกายให้ถูกวิธีเป็นเสมือนการทำกายภาพบำบัดแก้ปวดเมื่อยตามจุดต่างๆได้เป็นอย่างดี  แต่ทั้งนี้การปวดในบางจุด ก็ไม่เหมาะกับการออกกำลังกายในบางอย่าง ในบางท่า เพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบ หรือ การระบมตามจุดนั้นมากขึ้นอีกด้วย เช่น

  •  มีอาการปวดหัวเข่า หรือ ปวดขา ก็ไม่ควรที่จะเลือกกีฬาที่ต้องใช้กำลังหัวเข่า อย่างเช่น  การวิ่งมาราธอน หรือ  การกระโดดเชือก
  •  มีอาการการปวดหลัง ปวดเอว ก็ไม่ควรเลือกออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อที่หลัง และเอว อาทิเช่นการยกน้ำ  หนัก หรือ การวิ่งเร็วๆที่ก่อให้เกิดการกระแทกที่หลัง หรือ เอว แทนที่จะช่วยให้หลัง หรือ เอวเราเกิดความ  ยืดหยุ่น ยิ่งกลับทำให้ทรุดหนักไปได้อีก

ในปัจจุบันการเลือกออกกำลังกายให้เหมาะสมเพื่อช่วยในการกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอว หากท่านไม่สะดวกที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำแล้ว ท่านอาจจะเปิดศึกษาวิธีการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอวได้จากทางเว็บไซต์ อินเตอร์เน็ต ซึ่งจะได้รับคำแนะนำมากมาย  แม้กระทั่งการทำโยคะด้วยตนเองที่บ้าน ก็สามารถไปหาซื้อหนังสือมาอ่าน มาหัดทำด้วยตัวเองที่บ้านได้  แต่อาจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และขอคำแนะนำจากคนที่พอจะรู้หลักในการปฏิบัติแล้ว เพราะอันที่จริงเราควรได้รับคำแนะนำให้ชัดเจน และเข้าใจก่อนว่าควรจะกระทำอย่างไรจึงจะทำได้อย่างถูกวิธี เพราะไม่ใช่แค่เปิดตำราแล้วทำตามก็จะได้กันหมดทุกคน

  ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอวด้วยการออกกำลังกายนั้น อาจจะต้องมีในเรื่องของการกำหนดลมหายใจ การเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อให้ระบบภายในของเราได้รับการบริหารที่ถูกวิธี ก็จะยิ่งช่วยให้การทำกายภาพบำบัดปวดหลัง ปวดเอวนั้นมีอาการดีขั้นตามลำดับ หากท่านมีอาการที่ค่อนข้างจะรุนแรงจึงขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ และได้รับคำปรึกษาก่อนที่จะมากระทำการรักษาด้วยตนเอง

 

 

 

 

 

 

Citibank_Citi-Cashback-_ซิตี้แคชแบ็ก-2020.jpg